บริเวณนี้เราจะได้เห็นส่วนของเหล็กสกัดที่หักติดอยู่ในหินคุณบิลสแลป พร้อมเล่าว่า

 

“ท่านสามารถมองเห็นรอยสกัดหินที่นี่

ท่านจะเห็นว่าแนวการตัดหินมีทั้งแนวดิ่งลึกลงไปและก็แนวขวาง

ท่านยังสามารถเห็นทั้งทรงรีและมุมป้าน

ร่องรอยของสว่านที่หักคายังมีให้เห็นและนั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า

มีการใช้สว่านเครื่องยนต์อัดเข้ามาช่วย

และในขั้นตอนท้ายๆของการเจาะผ่าช่องไฟนรกนี้

ธง 2 ผืนบนยอดเขานี้เป็นตำแหน่งที่แสดงให้เห็นถึงรอยหักคาของสว่านที่ยังหลงเหลือติดตาอยู่

 

ในตอนท้ายของงานขุดเจาะครั้งใหญ่ครั้งนี้ทหารองค์จักรพรรดิญี่ปุ่นกำลังเข้าตาจนเนื่องจากต้องการให้ทางรถไฟเสร็จเร็วพวกเขาสั่งเครื่องเจาะหินมาช่วยตัดหินบนภูเขา

 

คุณบิลดันน์จำเรื่องนี้ได้ดีและเล่าว่า

                                                ในตอนท้ายของช่วงเค-3 ทหารญี่ปุ่นได้สว่านเครื่องยนต์อัดเครื่องเก่ามาตัวหนึ่ง

                เครื่องยนต์ตัวนี้มันดันมีรูใหญ่   เบ่อเร่อกลางหม้อน้ำ

                ซึ่งก็หมายถึงว่าพวกเราต้องคอยเติมน้ำเข้าหม้อน้ำอยู่ตลอดเวลา

                มิฉะนั้นแล้วเครื่องก็จะหยุดทำงาน

                ในคืนวันหนึ่งผมถูกสั่งให้ทำหน้าที่เติมน้ำ

                และพวกเราต้องเดินกลับไปค่ายที่พัก

                ตอนเราเดินไปได้ครึ่งทางผมกับเพื่อนต้องแบกน้ำกระถังสี่แกลลอนด้วยก้านไม้ไผ่

                แล้วเพื่อนผมก็ตะโกนว่าเสือดำ

                แต่ปรากฏว่ามันกลายเป็นช้างมารั้งไม้ไผ่แบกน้ำของเรา

                เราเลยต้องกลับไปแบกน้ำถังใหม่มาเติมเครื่องยนต์

 

ทุก ๆปีจะมีพิธี Dawn Service ในวันแอนแซกค์เดย์ของประเทศออสเตรเลียคุณบิล สแลปให้คำอธิบายว่า

 

วันแอนแซกค์เดย์คือวันที่25 เดือนเมษายนของทุกปี

                ทีมงานจะเริ่มเตรียมพร้อมตั้งแต่สองนาฬิกาของรุ่งเช้า

                แขกผู้รับเชิญจะเริ่มมาถึงสถานที่นี้ประมาณตีสามครึ่ง

                เมื่อผู้คนเดินไปยังสถานที่ที่เรียกว่าช่องไฟนรกหรือ Hellfire Pass นั้น

                เขาก็จะเดินผ่านความเงียบสงัดโดยมีแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันประมาณ 25 ดวง

                ซึ่งทางทีมงานได้พยายามทำขึ้นให้เหมือนกับสภาพใช้งานเมื่อ 60 ปีที่แล้ว

                มีการแจกเทียนไข ซึ่งมีด้ามถือเป็นกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ

                ให้ทุกๆท่านที่ต้องการเดินผ่านช่องไฟนรกสายนี้

                เพื่อเอาไว้อ่านหนังสือสำหรับพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตที่นี่ได้

                และในตอนปลายของทางเดินจะมีอนุสรณ์ซึ่งทุกคนจะไปยืนห้อมล้อมอยู่

                ท่านทูตประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

                เช่นเดียวกับทหารผ่านศึกที่เคยเป็นเชลยศึกจะเป็นผู้กล่าวในพิธีรำลึกนี้

                เราได้จัดสถานที่สำหรับเด็กนักเรียนจากทั่วโลกที่มาร่วมพิธีเช่นกัน

                หากท่านเดินผ่านทางบริเวณซ้ายมือบนยอดเขาก็จะมีผู้เล่นเครื่องปี่สก็อต

                และฝั่งขวาก็จะเป็นแตรเดี่ยวผู้เข้าร่วมพิธีจะมองไม่เห็นนักดนตรี

                จนกระทั่งเสียงปี่และแตรดังขึ้นพิธีนี้ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

                และก็จะถึงเวลารุ่งสางพอดีในช่วงเวลานั้น

                ทุกคนจะเข้าไปพูดคุยกับเหล่าทหารผ่านศึก

                และทหารเองก็ชอบพูดคุยกับชนรุ่นหลัง...

                ช่องไฟนรกแห่งนี้ เป็นสถานที่พิเศษสำหรับผม

                และสำหรับหลายๆคนเพราะที่นี่เต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น

                และความรู้สึกของความเป็นอยู่เหมือนกับที่เหล่าทหารผ่านศึกยังเป็นอยู่

                ผมอธิบายไม่ได้เช่นกันแต่เขารู้สึกกันได้ครับ คุณก็เช่นกัน”

 

 

Go to top
Template by JoomlaShine