สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่สุขสบายแต่อย่างใดแต่เรามานั่งที่นี่สักครู่กันดีกว่าลองหลับตาและนึกภาพต่างๆดูความร้อนความชื้นความหิวโหยและโรคภัยไข้เจ็บฝนตกและลมหนาวการถูกซ้อมตีและความเจ็บปวดที่เหล่าเชลยได้รับถึงแม้ทหารส่วนใหญ่มีชีวิตเติบโตมาในสภาพเศรษฐกิจโลกตกต่ำและหลายๆคนเคยผ่านชีวิตท้องว่างที่หิวโหยมาก่อนแต่ก็ไม่เทียบเท่ากับสภาพความหิวโหยที่ได้รับจากการสร้างทางรถไฟสายนี้

                ซึ่งมีการค่อนแคะถากถางแกล้มมาด้วยจาก คุณจอห์นวาร์เล่ย์ว่า

 

“อาหาร... ความขาดแคลน... มันเป็นความกังวลอย่างต่อเนื่องเลยครับ

                พวกเรานี่ท้องกิ่วและเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลาว่า

                อาหารมื้อหน้าจะเป็นอย่างไรและหากพวกเราจะกินจะมีอะไรให้กิน

                กินอย่างอื่นได้หรือไม่หรือมีอะไรให้เรากินบ้าง

                โลกของเราดูเหมือนว่าวนเวียนอยู่แค่สองสิ่งเท่านั้น

                ความกลัวต่อทหารญี่ปุ่นที่แถมมากับการทารุณกรรม

                และอาหารที่เราจะได้กินกัน”

ปัญหาค้างคาเรื่องเสบียงดูเหมือนว่าจะแย่ลงตามฤดูมรสุมถนนที่ถูกตัดขาดจากระดับน้ำที่เอ่อล้นตามริมแม่น้ำทำให้การขนส่งล่าช้าหรือแม้แต่เมื่อมาถึงอาหารต่างๆถ้าไม่ถึงขั้นเน่าเปื่อยก็ไม่อยู่ในสภาพที่สามารถกินได้แล้วบางครั้งตัวหนอนในเนื้อยังมีมากกว่าก้อนเนื้อเองเสียอีกหน้าฝนมาพร้อมกับช่วงสปีโดพวกแรงงานถูกบังคับให้ทำงานหนักขึ้นและนานขึ้นเรื่อยๆส่วนปริมาณอาหารที่ถูกแบ่งให้กินมีน้อยลงทุกทีในที่สุดพวกเราได้รับแค่อาหารในปริมาณหนึ่งในสี่ของอาหารที่จะยืดต่อชีวิตเราไปได้ไม่ใช่ปริมาณที่จะเอาไปใช้ทำงานหนักเช่นนี้อาหารที่ถูกแบ่งเหลือข้าวเพียงสามช้อนซึ่งส่วนมากจะเป็นข้าวต้มเหนียวๆที่เรียกว่าแป๊ปและบางมื้อข้าวต้มนี้จะมาพร้อมกับน้ำต้มเนื้อเปื่อยที่มีแต่มันกับกระดูกโครงกระดูกสัตว์ที่นำมาทำเป็นอาหารให้พวกเรานั้นต้องแบ่งกันระหว่างคนงาน 800 คนเลยทีเดียว

 

นายแพทย์ลอยด์คาร์เป็นผู้ชอบทานข้าวแต่ไม่น่าประหลาดใจเลยว่าในยุคมืดเช่นนั้นจะมีอะไรให้ท่านได้ชอบทานอีก

นั่นซิครับตอนนั้นเรียกได้ว่าไม่มีอะไรจะกินจริงๆที่มีก็แค่ข้าว

                ข้าวต้มก็สองมื้อต่อวันและเราต้องอยู่ให้ได้

                ตามจริงแล้วเชลยสงครามส่วนใหญ่จะชอบกินข้าวกัน

                ผมกินข้าวได้สามมือต่อวันน่าประหลาดใจมาก

                แต่อาหารตอนนั้นนะมันแย่เอามากๆเลยนะ

                แต่ที่แย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาก็ตอนที่เขาเลี้ยงข้าวต้มกับเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆ

                เนื้อสัตว์นั้นหรือครับคือลิ้นนกตากแห้งครับ

                พวกนั้นให้ลิ้นนกที่ตากแห้งเหมือนมะเขือเทศที่ตากแห้ง

                และก็ให้เรากินกับข้าว

คุณบลูอีบัทเทอร์เวิร์ธเล่าเรื่องปลาเค็มว่า

“ในร้านที่เขาเก็บปลาเค็มคุณเห็นได้เลยว่ามันขยับได้เพราะมันเน่าแล้ว

                ตัวหนอนคลานยั้วเยี้ยไปหมด

                แต่นั่นเป็นรสชาติที่น่ามาเพิ่มเป็นกับข้าวให้เรากินกัน

                และที่แน่นอนไข่เป็ดนะ

                ไข่เป็ดที่มีรสชาติคาวเหมือนปลาไข่เป็ดที่มีสีดำ

                หากถูกแดดและไข่เป็ดที่มีกลิ่นคาวปลา

                ตอนคุณแกะไข่เป็ดออกคุณจะได้กลิ่นนั่นทันทีเลย

                ซึ่งผสมกับกลิ่นข้าวแล้วมันหอมน่ากิน

                ดังนั้นพวกเราได้กินตัวหนอนอ่อนๆขี้หนูและสิ่งพวกนั้น

 

อาหารการกินที่ขาดสารอาหารประกอบกับการขาดน้ำดื่มสะอาดนำพาให้เกิดโรคต่างๆมากมายแทบทุกคนต้องเคยเป็นโรคท้องร่วงมาก่อนทั้งสิ้นนอกจากนั้นยังมีโรคพาลากราซึ่งเป็นโรคขาดวิตามินชนิดหนึ่งทำให้เกิดผิวหนังช้ำเป็นสีม่วงจ้ำๆโรคขาดวิตามินอื่นๆโรคบิดโรคเหน็บชาบางครั้งเป็นหนักกันจนพวกเชลยต้องประคองลูกอัณฑะอันบวมเต่งของตนเพียงเพื่อต้องการขยับตัวแต่ในท่ามกลางความทุกข์ลำเค็ญกลุ่มเชลยยังมีทางสร้างเสียงหัวเราะให้กับชะตากรรมที่ตนต้องเผชิญอยู่

คุณแจ๊กชอล์กเกอร์เขียนเรื่องการแข่งขันความถี่ของการเข้ากระท่อมโรคบิดที่ซึ่งเหล่านักโทษสงครามตั้งเกณฑ์การวัดกันเป็นรายวัน คนผู้ซึ่งทำสถิติบ่อยครั้งที่สุดโดยมิได้คดโกงจะได้บุหรี่มวนหนึ่งจากกลุ่มกองกลางนี้บางคนที่ทำสถิติเหลือเชื่อตามการนับอย่างเข้มงวดของพวกเรานั้นทำได้ถึง 60 ถึง 70 ครั้งในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงเหล่าสิงห์อมควันให้ความสำคัญอาหารก่อนบุหรี่เสมอคุณพาร์คินเล่าต่อว่าเขาเป็นคนประกาศว่าพวกเราต่างได้ตัดสินใจแล้วว่าพวกเราขาดเพศสัมพันธ์ได้แต่ขาดอาหารไม่ได้อาหารเป็นเจ้าแห่งทุกสิ่ง

Go to top
Template by JoomlaShine