จากด้านบนนี้ท่านจะได้เห็นภาพรวมของการขุดเจาะร่องเขาที่ได้รับการขนานนามภายหลังว่า ช่องไฟนรกพื้นที่ช่วงนี้มีความยาว 600 เมตรและมีความลึกในส่วนที่ลึกที่สุด 25 เมตรวัดจากจุดสูงสุด

เมื่อคุณบลูอีบัทเทอร์เวิร์ธเห็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่าดงดิบเป็นครั้งแรกเช่นนี้เขาเชื่อเลยว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะสร้างทางรถไฟผ่านพื้นที่นี้ไปได้

“ เมื่อผมมาถึงที่นี่เป็นครั้งแรกและก็เห็นไอ้ร่องรอยแนวทางรถไฟ

แต่แค่แนวป่าที่ถูกถางออกเท่านั้นผมคิดว่าไอ้พวกสารเลวพวกนี้ไม่มีทางสร้างทางนี้ได้

เพราะตามสภาพของเราตอนนั้นไม่มีเครื่องมือมีแต่แรงงานและกำลังมือเท่านั้นเอง

เชลยสงครามเหล่านั้นมีแค่บุ้งกี๋พลั่วค้อนขนาดสิบปอนด์และก้านเจลิกไนท์เป็นเครื่องมือเท่านั้นเส้นทางนี้ถูกถางเปิดถูกเจาะและระเบิดด้วยมือเปล่าๆเท่านั้นเสียงค้อนที่ทุบสลับกับเจาะ.... แล้วระเบิด.... เคลีย.... ตุบตับตุบตับ.... ระเบิด.... เคลียยังดังลั่นอยู่ในความทรงจำของพวกเขา

คุณบิลแฮสเกลล์เล่าถึงการฝ่าช่องไฟนรกนี้ว่า

อาจเรียกได้ว่าเป็นตอนที่ลำบากที่สุดของการสร้างทางรถไฟสายนี้

เพราะพวกเราต้องทำงานกันภายใต้แรงกดดันสูงสุด

หรือที่รู้จักกันว่าภายใต้สปีโดซึ่งเป็นช่วงที่มรสุมกำลังเข้าด้วย

ดูเหมือนว่าตอนนั้นนะฝนตกมากกว่า 140 วันตกหนักมาก ตกหนักอย่างน้ำตกเลยเชียว

เชลยศึกที่น่าสงสารพวกนั้นก็ต้องทำงานอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเวทนาจริงๆ

นั่นยังไม่ร้ายพอพวกเขายังต้องเจอกับโรคระบาดเมืองร้อนทุกโรคที่คุณจะนึกได้

แล้วพวกนั้นนะยังต้องหิวโหยอดโซยัง...ยังไม่หมดนะครับ

พวกเขายังต้องเจอการเฆี่ยนตีจากผู้คุมที่ยืนอยู่ข้างๆแถวนั้นอีก

ที่นั่นมีแต่เครื่องกีดขวางถ่วงการทำงานไม่มีอะไรมาแบ่งเบาภาระการทำงานเลยแม้แต่น้อย

พวกนั้นต้องก้มหน้าลุยทำงานต่อไปเนื่องจากถูกบังคับให้ทำ

และก็ในที่สุดหลายคนก็ถึงกับต้องให้ชีวิตของตนเลยทีเดียว

การสร้างทางรถไฟช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ชีวิตถูกสังเวยมากที่สุดคนงานถูกแบ่งเป็นกลุ่มกลุ่มแรกระเบิดหินตามด้วยกลุ่มค้อนและเจาะ

คุณเรย์พาร์คินเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องของเขาในช่วงเวลาของการขุดเจาะเพื่อสร้างทางรถไฟสายนี้เขาเรียกมันว่า

“อินทูเดอะสมอธเธอร์” หรือการเดินเข้าหาความตายเขาบรรยายจังหวะของเสียงค้อนว่าเหมือนเสียงมนต์สะกดสู่ความตายเขาอธิบายว่าถ้าคุณยืนอยู่ในที่เดียวตลอดเวลาพยายามจะยืนบนหินขรุขระด้วยเท้าทั้งสองแล้วคุณต้องทุบเหล็กสกัดอย่างแม่นยำเสียงทุบดังคลิ้งคลิ้งคลิ้งเหมือนมนต์สะกดคุณต้องทำอย่างแม่นยำด้วยมิฉะนั้นมือของเพื่อนคุณที่ถือเหล็กสกัดอยู่ก็จะเละไปด้วยแถมคุณต้องยกและหมุนค้อนทุกครั้งที่คุณทุบอีกด้วยครั้นเจาะจนได้ความลึกประมาณหนึ่งเมตรแล้วก้านระเบิดเจลิกไนท์จะถูกใส่ลงไปคุณต้องทำเช่นนี้สองครั้งในทุกรอบการทำงาน

คุณบิลดันน์อธิบายต่อว่า

“หลังจากที่คุณใส่ระเบิดลงร่องแล้วเพื่อนคนหนึ่งจะได้รับบุหรี่

และต้องเดินรอกไปจุดชนวนระเบิด

คุณต้องนับหัวชนวนและก็จำนวนระเบิดไว้ด้วย

เพื่อคุณจะไม่ต้องเดินย้อนกลับไปจุดอีกหลัง

จากที่ระเบิดลูกสุดท้ายระเบิดไปเท่าจำนวนชนวนที่จุดไป

นี่ละครับเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียว”

ในขณะที่ระเบิดประทุทุกคนจะต้องหาที่หลบเพื่อมิให้ถูกสะเก็ดที่กระเด็นกระจายหลังจากที่ระเบิดสงบนิ่งแล้วกลุ่มที่สามกลุ่มขนย้ายเศษหินก็จะเข้ามาประจำการด้วยเท้าเปล่าเพื่อมาขนย้ายเศษหินก้อนคมๆออกไปเพียงไม่กี่อาทิตย์ที่งานคอนยูคัดติ้งเริ่มต้นขึ้นฝนจากฤดูมรสุมก็เข้าฝนตกตลอดเวลาตกอย่างไม่รู้หยุดนับเวลาได้เป็นวันๆเลยทีเดียวตลอดช่วงเวลานั้นเชลยสงครามชาวออสเตรเลียอังกฤษดัทช์ อินโดนีเซียและอเมริกันก็เริ่มทยอยเข้าสมทบพวกดัทช์อินโดนีเซียและอเมริกันมาจากเกาะชวาพวกออสเตรเลียและอังกฤษมาจากสิงคโปร์และชวาเชลยสงครามพวกนี้ถูกบังคับให้เดินป่าเป็นวันๆเพื่อให้ไปถึงเขตแดนของค่ายที่พักอย่างเร่งรีบช่องไฟนรกเป็นเพียงอีกสถานที่หนึ่งที่ถูกแยกทิ้งไว้ตามเส้นทางนั้น

 

 

Go to top
Template by JoomlaShine